ไหว้พระวัดเก่าในเมืองนนท์^^
posted on 19 Oct 2009 20:27 by fiothiel in Trips*Note* รูปเยอะอีกแล้วนะคะ (_ _)
มาตามสัญญาคราวที่แล้วจ้า^^ เมื่อวันอาิทิตย์ที่ 18 ตุลาคมเป็นวันเกิดพี่สาวเรา เจ๊แกก็อยากจะฉลองวันเกิด 30 ปี (อุ๊ปส์) ด้วยการทำบุญไหว้พระทั่วจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยมานานสิบกว่าปีหลังจากเกิดและโตที่กรุงเทพฯ (จริงๆ มันก็ำไม่ได้ไกลอะไรมากมายหรอกนี่ --") แต่ไม่เคยตระเวนเที่ยวหรือชมอะไรมากมายเลย^^"คราวนี้เลยตั้งใจจริง ไ้ด้ไปวัดที่เรียกว่ามีประวัติยาวนานและขลังๆ ทั้งนั้น
เราเลยต้องเป็นสารถีและได้ร่วมทำบุญด้วย^^ ดีเหมือนกันกำลังเซ็งๆ เครียดๆ ก็เข้าวัดทำบุญมั่งดีกว่าเนอะ เพิ่งมาสังเกตุ เอนทรีก่อนๆ รู้สึกว่าช่วง 3-4 เดือนมานี่เราจะขยันไปตามจังหวัดไกล้ๆ และไปไหว้พระตลอดเลย แถมเอนจอยซะด้วยสิ --" หรือนี่คือความรู้สึกของคนสูงอายุหว่า O_o
ไม่ได้รีบตื่นเช้ามากแต่อย่างใด^^ ออกจากบ้านก็เที่ยงกว่าๆ หลังจากทำงานบ้านโ่น่นนี่เรียบร้อยกันซะก่อน^^
วัดแรกไปแถวๆ โรงเรียนเก่าก่อนเลย^^ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร เจ้าค่ะ^^
ข้อมูลจาก http://www.tourwat.com
วัดเขมาภิรตาราม เป็นพระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุตินิกาย สันนิษฐานว่าพระเจ้าอู่ทอง(สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑) ได้ทรงปฏิสังขรณ์ เรียกว่า “วัดเขมา” หรือ “วัดเข็นมา” มีอายุกว่า ๖๐๐ปี
สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีอัครมเหสี ในรัชกาลที่ ๒ (พระราชมารดารัชกาลที่ ๔)ทรงรับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด ต่อมารัชกาลที่ ๔ ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่อีกครั้ง และพระราชทานนามว่า “วัดเขมาภิรตาราม” ทรงสร้างศาลาการเปรียญ และพระมหาเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ
ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้ปฏิสังขรณ์อีกครั้ง และโปรดเกล้าฯให้ชะลอพระที่นั่งมูลมณเฑียร พระที่นั่งองค์นี้เดิมอยู่ในพระมหาราชวังมาก่อน ปลูกขึ้นในรัชกาลที่ 2 และในชั้นเดิมทีเดียวปลูกเป็นตำหนักไม้ ครั้นมาถึงรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าให้รื้อและแก้ไขเป็นตึกปลูกขึ้นใหม่ในระหว่างพระที่นั่งภานุมาศ จำรูญ กับบริเวณ พระพุทธนิเวศน์ในพระบรมมหาราชวัง ครั้นถึงรัชกาลที่ 5 ซึ่งโปรดเกล้าให้รื้อ ไปปลูกไว้ที่วัดเขมาภิรตาราม ทรงพระราชอุทิศเป็นโรงเรียนและก็ได้ใช้เป็นโรงเรียนอยู่จนบัดนี้
เดินออกมาตรงที่จอดกำลังจะข้ามไปดูโีรงเรียนประถมที่เคยเรียน^^ พ่อกับแม่ไปเตะตารถโบราณเข้า ไม่มีสติ๊กเกอร์แปะด้วยแฮะ พ่อบอกว่าสงสัยมีคนเอามาถวายเจ้าอาวาส
ว่าแล้วสองคนแก่ก็ขอแชะกับรถเก่าซะหน่อย^^
ตรงข้ามทางเข้าวัดนิดเดียวเป็นโรงเรียนสมัยประถมของเราสามพี่น้อง^^(เราเรียน ป.4-ป.6 ที่นี่และจบมัธยมที่โรงเรียนสตรีนนทบุรีใกล้ๆ กัน^^) นั่นคือ โรงเรียนกลาโหมอุทิศ ที่นี่มีอะไรพิเศษด้วยนะ ขอบอกๆ ^^
ตัดบางส่วนมาจาก http://mindmapthai.blogspot.com
ประวัติโรงเรียนกลาโหมอุทิศ แต่เดิมคือโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม เมื่อแรกเริ่มเปิดสอนมีเจ้าอาวาสเป็นผู้ดูแลคล้ายกับครูใหญ่ พระลูกวัดเป็นครูน้อย สถานที่เรียนอาศัยกุฏิพระ ศาลาการเปรียญหน้าโบสถ์และหน้าวิหารของวัดเขมาภิรตารามเป็นที่ศึกษาเล่า เรียน วิชาที่สอนสมัยแรกคือ ภาษาไทย ภาษาขอม การอ่าน การเขียน การคัดลายมือ วิชาศีลธรรม วิชาพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์พงศาวดารไทยและความรู้ประสบการณ์จากพระผู้สอน
ในปี พ.ศ.2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งมูลมณเฑียร ซึ่งอยู่ในพระบรมมหาราชวังมาปลูกที่วัดเขมาภิรตาราม และทรงพระราชทานให้เป็นโรงเรียน จึงนับได้ว่าเป็นอาคารหลังแรกของโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม
ต่อมาในปี พ.ศ.2478-2479 กระทรวงกลาโหมได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินมาทอด ณ วัดเขมาภิรตาราม โดยมีจอมพล ป.พิบูลสงคราม ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนเป็นประธาน จอมพล ป.พิบูลสงครามได้เห็นโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามคับแคบมาก จึงได้บอกบุญบรรดาข้าราชการกระทรวงกลาโหมเชิญชวนบริจาคทรัพย์สร้างอาคาร เรียนให้โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จัดสร้างอาคารเรียนหนึ่งหลังเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น 12 ห้องเรียน เสร็จและเปิดใช้ในปี พ.ศ.2482 เรียกอาคารหลังนี้ว่า “อาคารกลาโหมอุทิศ” พร้อมกับได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น “โรงเรียนกลาโหมอุทิศ” และได้ขยายพื้นที่และอาคารใหม่ขึ้น จนในปี 2499 โดย ฯพณฯ จอมพลป. พิบูลสงคราม มาเป็นประธานในพิธีเปิด และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนตามเดิม คือ “โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม”
ต่อมาในปี พ.ศ.2498 กรมสามัญศึกษาได้ขออาคาร “เรือนกลาโหมอุทิศ” เป็นที่ทำการสอนระดับประถมศึกษาและให้ชื่อว่า “โรงเรียนกลาโหมอุทิศ” มาจนบัดนี้.
(งงดีมั๊ยคะ ^^" เปลี่ยนชื่อไปมา)
พระที่นั่งมูลมณเฑียร
เปลียนไปเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ >_< จำได้ว่า ยังเคยขุดพื้นดินตรงสวนข้างพระที่นั่งดีดลูกแก้วเล่นอยู่เลย
พระที่นั่งก็เป็นไม้สัก พื้นลื่นมากๆ สมัยเราเด็กๆ ใช้เป็นที่สอนวิชาศิลปะ กับ นาฏศิลป์ พวกเด็กผู้ชายจะชอบนั่งยองๆ ให้เพื่อนลากวิ่งไปมา โดนคุณครูดุตลอด
(เด็กๆ ไม่ได้ชื่นชมกับความเก่าแก่หรือสวยงามของพระที่นั่งเลย
ประมาณว่าเห็นอยู่ทุกวัน)
วัดที่สองก็ขับรถข้ามสะพานพระราม 5 ไปทางบางกรวย เกือบๆ ถึงวัดสวนแก้ว นั่นคือ วัดปราสาท^^
เสียดายห้ามถ่ายรูปในอุโบสถเพราะว่ารูปภาพวาดบนผนังทรุดโทรมมาก แต่ทางกรมศิลปากรกำลังจะมาบูรณะภายในต้นปีหน้า^^
ข้างหลังอุโบสถมีต้นตะเคียนทองกว้างใหญ่ขนาด 4 คนโอบ ที่ขุดพบในละแวกนั้นอยู่ด้วย (ไปไหว้เจ้าแม่ตะเคียนทองขอเลขกันได้นะจ๊ะ^^)
ข้อมูลจาก http://www.tourwat.com
วัดปราสาท เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า ๒๕๐ ปี เป็นวัดร้างหลังเสียกรุง สร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังที่ควรศึกษา พระประธานเก่าแก่มีรูปทรงโค้งคล้ายเรือ มีกำแพงแก้ว สองชั้นซึ่งมีร่องรอยให้ศึกษาได้ ปัจจุบันทรุดโทรมมากแล้ว ทางวัดกำลังวางแผนบูรณะซ่อมแซม
เชื่อว่าถูกสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หน้าบันพระอุโบสถเป็นไม้สักสลักรูปนารายณ์ทรงครุฑ (ปัจจุบันตัวครุฑถูกขโมยไปแล้ว) เครื่องบนเป็นไม้สักประดับด้วยรวยมอญ (ตัวไม้แกะสลักที่ทอดตัวลงมาบนหัวแปตอนหน้าจั่ว เป็นศิลปะมอญ) ตรงหุ่นนก (สามเหลี่ยม ข้างรวยมอญ) เป็นรูปราชสีห์และคชสีห์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นโบสถ์แบบมหาอุดไม่มีการเจาะฝาผนังเลย ฐานพระอุโบสถเป็นแบบตกท้องช้างหรือท้องสำเภา (การสร้างโบสถ์แบบตกท้องช้างนั้น สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางสถาปัตยกรรม คือเมื่ออากาศร้อน ความร้อนจะลอยตัวขึ้นสูงอากาศเย็นจะพัดเข้าแทนที่ได้สะดวก)
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานและพระสาวก มีภาพจิตรกรรมเขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายโดยฝีมือของสกุลช่างชั้นสูง นนทบุรี เรียกว่าทศชาติชาดก นับว่าเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดนนทบุรี ถือว่าวัดนี้เป็นวัดหนึ่ง ที่ดำเนินการอนุรักษ์โบสถ์และศิลปกรรมได้อย่างถูกวิธี จึงทำให้เป็นแหล่งวิทยาการที่น่าสนใจยิ่งของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ บนศาลาการเปรียญยังมีธรรมาสน์ที่มีอายุเก่าแก่พอกับโบสถ์ ประดับลวดลายตกแต่งอย่างสวยงาม วัดนี้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการอนุรักษ์ศิลปกรรมได้อย่างถูกต้อง
ไปชื่นชมความสวยงามเกือบบ่ายแก่ๆ กันต่อที่ วัดเฉลิมพระเกียรติื เลยเน้อ^^
ข้อมูลจาก http://www.tourwat.com
วัดเฉลิมพระเกียรติ พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกเยื้องศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า)ไปทางทิศเหนือประมาณ ๑ กม.
ตั้งวัดเมื่อ ๒๓๙๐ เป็นวัดที่มีความสำคัญคู่บ้านคู่เมือง วัดอยู่ในเขตป้อมเก่า รัชกาลที่ ๓ ให้พระยาคลัง(ดิศ บุนนาค) เป็นแม่กองสร้าง เป็นการถวายพระเกียรติ พระอัยการพระวัยก์ และสมเด็จพระชนนี แห่งพระองค์ สร้างวัดยังไม่เสร็จ โปรดให้พระยาทิพกรวงศ์ (นำ บุญนาค) ต่อมารัชกาลที่ ๔ ทรงรับพระราชภารกิจในการสร้างวัดจนแล้วเสร็จ
ภายในวัดมีพระอุโบสถสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทยปนจีน ด้านในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย หล่อด้วยทองแดงทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 6 ศอก สูงจรดเศียร 8 ศอก 2 คืบ 4 นิ้ว พระนามว่า "พระพุทธมหาโลกาภินันทปฎิมา" ในพระวิหารขวา ประดิษฐาน “พระศิลาขาว” พระการเปรียญหลวง(ซ้าย) ประดิษฐาน “พระพุทธปฏิมากรชัยวัฒน์” และพระมหาเจดีย์ อยู่ทางทิศตะวันตกของพระอุโบสถ เป็นเจดีย์ทรงกลมหรือทรงระฆัง มักเรียกกันว่า ทรงลังกา เนื่องจากได้รับแบบอย่างมาจากลังกา พร้อมกับการเผยแพร่เข้ามาของพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ มีฐานแปดเหลี่ยมสองชั้นสูง ๔๕ เมตร ภายในบรรจุพระบรมธาตุ
จากนั้นสองสาวก็พาตากับยาย
ไปเดินเล่นริมท่าน้ำ ให้อาหารปลา อาหารนก เพลินๆ ก่อนท้องจะร้อง^^
ปิดท้ายด้วยฉลองวันเกิดโดยการให้เจ้าของวันเกิดเลี้ยง
(ก็เค้าตกงานนิ
) ที่ร้านอาหารสองฝั่งคลอง ในซอยวัดกู้ แถวๆ ปากเกร็ด^^ บรรยากาศดีๆ อาหารอร่อย แค่นี้ก็หมดวันด้วยร้อยยิ้มกันทั้งบ้านแล้วล่ะเนอะ^^
สุขสันต์วันเกิดพี่หนูย้อนหลังเน้อ^^ ขับรถให้และไม่คิดค่าน้ำมันแล้ว ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดนะ ฮีๆๆๆๆ








)
#1 By elRion on 2009-10-21 00:25