นครนายก...วันที่อากาศเหมือนจะเป็นใจ^^
posted on 07 Sep 2009 20:18 by fiothiel in Tripsเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไปเที่ยว นครนายกมาล่ะ^^ ใกล้กรุงเทพฯ อีกแล้ว
เรื่องของเรื่องมาจากที่เรานั่งคุยmsnกะเพื่อนปู้ว่าเบื่อๆ เริ่มดาวน์กับอาการหางานไม่ได้อีกแล้ว เลยอยากรีเฟรชตัวเองไปที่ไหนสักที่ แต่ไม่มีเงินเที่ยวแพงๆ ไม่อยากขับรถด้วย เหนื่อย เปลืองน้ำมัน^^" ปู้เลยเสนอจะชวนเพื่อนบอยขับรถไปนั่งเล่นริมหาดพัทยา หรือบางแสน นพรัตน์ตกลงทันที โดยสัญญาจะเอา Vodka ไปด้วยเป็นการช่วยออกค่าอาหาร(เครื่องดื่ม?) ^^
ตกลงกันได้ก็ชวนเพื่อนหนิงและน้องเมย์ น้องที่ทำงานหนิงไปด้วยอีกคนหนึ่ง เป็น 5 คน^^
แต่กลับตาลปัตรนิดหน่อย.....คืนวันเสาร์เพื่อนหนิงโทรมาหาบอกว่า บอยมันทำงานแถวสุวรรณภูมิ มันไปบางแสนบ่อยแล้ว เบื่อ ไปเที่ยวนครนายกดีกว่า เอ้า เอาไงก็ได้เฟ้ย ฟรีเหมือนเดิมนี่ เหอๆๆๆๆ
การเดินทางเริ่มขึ้น ช่วงเกือบเที่ยงของวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน^^ อากาศเหมือนจะดี เพราะแดดรำไรและฝนไม่ตก.....
.....แต่พอเริ่มเข้าเส้น องครักษ์นี่สิ --" มันมาแล้ววววววว เปาะแปะๆๆๆ...........และเมื่อถึงเขื่อนขุนด่าน(หรือเขื่อนคลองท่าด่าน^^) ซู่ซซซซซซซซซซซซซซซ.............ตกหนักเลยครับทั่น T_T
แต่เมฆตีนเขาดูท่าจะตกไม่นาน^^ เราเลยตัดสินใจแกะข้าวกลางวันฝีมือหนุงหนิงกินกันที่ศาลากินซะเลย แต่มันอยู่ข้างห้องน้ำ +_+ ไม่ห่วงไรแล้วเว้ย หลบฝนได้ กินข้าวอิ่มก็พอแล้วตอนนั้น หิวววววว อ้อ อร่อยด้วย^^
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง^^ แดดก็กลับมาร้อนเปรี้ยงๆ ทันตา เอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ ช่วงนี้ ^^" ห้าหน่อมิรอช้าไปเดินเล่นถ่ายรูปกันทันทีมิให้เสียเที่ยว อุอุ ฟ้าใสมากเลย นี่สินะที่เค้าเรียกว่าฟ้าหลังฝน สดชื่นจัง^^
ข้อมูลจาก Moohin.com
==> เขื่อนคลองท่าด่าน มีคุณลักษณะที่แตกต่างจากเขื่อนทั่วไป คือ เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาตรคอนกรีตบดอัด (Roller Compacted Concrete) ถึง 5,470,000 ลูกบาศก์เมตร สูง 93 เมตร ยาว 2,720 เมตร ขนาดความจุ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร การก่อสร้างได้อาศัยหลักการของทฤษฎีคอนกรีตบดอัด ซึ่งเป็นเทคโนโลยี ของการผสมผสานระหว่างวิศวกรรมงานคอนกรีตกับวิศวกรรมงานดิน โดยพัฒนาจากการใช้วัสดุคอนกรีตเหลวมาเป็น คอนกรีตแห้งด้วยวิธีการนำเอาเถ้าลอยลิกไนท์ (Fly Ash) ซึ่งเป็นกรด ที่ได้จากเหมืองแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มาใช้เป็นส่วนผสมแทนซีเมนต์บางส่วน แล้วบดอัดด้วยรถบดแบบสั่นสะเทือนเหมือนการบดอัดดิน
เขื่อนคลองท่าด่านที่สร้างขึ้นนี้ มีพระราชดำริให้สร้างครอบฝายท่าด่านเดิม ซึ่งเป็นฝายที่ใช้งานมานาน แต่ส่งน้ำ ให้แก่เกษตรกรได้เพียงหมื่นไร่ และจากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้สามารถประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างได้ จำนวนหนึ่ง เพราะใช้ระบบส่งน้ำเดิมที่มีอยู่แล้วและนำมาปรับปรุงใหม่ และที่ดินที่ใช้ในการก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นที่ดิน ของกรมชลประทานประมาณ 500 ไร่ จึงมีการเวนคืนที่ดินจากราษฎรเพียงเล็กน้อย
เห็นคนต่อคิวซื้อตั๋วรถไฟฟ้านั่งชมเขื่อนด้วย แต่คนเยอะมากกกก พวกเรารอไม่ไหวเลยขอชมตรงขอบๆ แทนละกันนะ แค่นี้ก็ สุขใจสบายตา กับบรรยากาศดีๆ แล้ว^^
บ่ายสองแล้ว ไปนั่งกินอะไรเล่นๆ กันต่อที่น้ำตกสาริกากัน^^ จ่ายค่าเข้าคนละ 20 บาทแล้วเดินเท้าต่อไปอีกสักครึ่งกิโลเมตร.......เหนื่อยใช้ได้ทีเดียวสำหรับชาย-หญิงวัยกลางคนเช่นพวกเรา ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอีกตังหาก แง่บๆๆๆ --"
อ๊ะ เจอแมงป่องตัวบะเริ่มขวางทางเดินอยู่ด้วย บึ๋ยๆๆๆๆ เพื่อนก็บอกว่าข้ามไปเลย ไม่กัดหรอก แมงป่องมันช้า...ป่าวเว้ย ไม่กลัวกรี๊ดอะไรหรอก แต่กลัวตอนโดดข้ามมันแล้วล้มหรือพลาดไปเหยียบมันเข้าแล้วโดนต่อยอ่ะ --"
อ่า ข้างบนนี่คือของกินเล่น(?) เหอๆๆๆๆ
วิวที่ปีนป่ายไปนั่งดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลย^^ บังเอิญมากๆ เป็นช่องว่างที่คนปีนไปไม่ค่อยถึง แต่พอปีนไปได้เป็นแอ่งน้ำตกเล็กๆ ที่ไม่มีคนมาเล่นและมองขึ้นไปเห็นมุมน้ำตกใหญ่ข้างหลังด้วย สุโค่ยๆๆๆๆๆ ^^ ทุกคนชื่นชมกันใหญ่
แต่(อีกแล้ว^^").......ชื่นชมและกินกันได้ไม่นาน กำลังจะกระดกแอลกอฮอลล์แก้วที่สอง ยังไม่ทันเมาเลย -*- เมฆฝนก็มาอีกแล้ว แถมคราวนี้ตกหนักด้วย T_T เก็บกันไม่ทัน เปียกเต็มที่สะใจฟ้า คือ เราห้าคนไม่วิ่งหนีฝนเหมือนชาวบ้านเลยอ่ะ เพราะว่าวิ่งไปก็เปียกอยู่ที่ ไม่มีที่หลบ ช่างแม่งวะ เฮ่อๆๆๆๆ
พอมาถึงรถฝนก็เริ่มตกปรอยๆ และแดดก็ออกอีกครั้ง -*- ตกลงอากาศมันเป็นใจให้ไปเที่ยวมั๊ยนี่ แต่ก็ถือว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองกรุงและได้ถ่ายรูปสวยๆ มาฝากกันเนอะ^^
คืนที่ส่งท้ายเพื่อนๆ เข้านอนด้วยรูปจขบ.เพ้อฝันริมเขื่อน และ รูปท้องทุ่งของนครนายกขากลับกรุงเทพฯ ให้สบายตาละกันค่ะ (สบายตรงไหนเนี่ย มีรูปแกอ่ะ)
Good night & Sweet dreams kha^^
--------------------------------------------------------------------
Change is the law of life. And those who look only to the past or present are certain to miss the future.
การเปลี่ยนแปลงคือกฏของชีวิต และผู้ที่มองแต่อดีตหรือปัจจุบันจะพลาดอนาคตเป็นแน่แท้.
John F. Kennedy---ที่มา Reader's digest ฉบับมกราคม 2009








#1 By แมงกลิ้งขี้ on 2009-09-07 23:10